Back

Blog image

Product Review

Allen & Heath dLive หรือ Avantis/Avantis Solo? เลือกรุ่นไหนดีสำหรับงาน Live Sound

21 สิงหาคม 2569

หากคุณกำลังมองหา Digital Mixer จาก Allen & Heath ที่เหมาะสำหรับงาน Live Sound, คอนเสิร์ต, ทัวร์ริ่ง, งานองค์กร, โรงละคร, Broadcast หรืองานติดตั้ง หลายคนอาจกำลังตัดสินใจระหว่าง dLive และ Avantis

ทั้งสองซีรีส์ใช้เทคโนโลยี XCVI FPGA ที่ทำงานที่ 96kHz และมี Latency ต่ำประมาณ 0.7ms แต่แตกต่างกันที่แนวคิดในการออกแบบและขนาดของระบบที่แตกต่างกัน

แล้ว Allen & Heath dLive กับ Avantis ต่างกันอย่างไร? ซีรีย์ไหนเหมาะกับงานของคุณมากกว่า?

บทความนี้จะพาไปดูความแตกต่างตั้งแต่โครงสร้างระบบ, Processing, Mix Bus, I/O, การควบคุม ไปจนถึงลักษณะงานที่เหมาะกับแต่ละระบบ

Allen & Heath dLive และ Avantis ต่างกันอย่างไร?

สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องเข้าใจก่อนคือ dLive และ Avantis เป็น Digital Mixer คนละรูปแบบกัน

dLive คือ Digital Mixing Platform รุ่นเรือธงของ Allen & Heath ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงมาก สามารถออกแบบระบบให้เหมาะสมกับคุณได้ รวมถึงออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องการความสามารถในการประมวลผลและการขยายระบบในระดับสูง เช่นงาน Touring, Broadcast, Corporate AV, Theatre และ Installation

ในขณะที่ Avantis เป็น Digital Mixer แบบ Standalone ที่นำเทคโนโลยี XCVI และ Processing จากตระกูล dLive มาอยู่ใน Console ที่ใช้งานง่ายกว่า โดยมีทั้ง Avantis Solo ที่มีขนาดกะทัดรัด สามารถนำไปทัวร์คอนเสิร์ตได้ และ Avantis ที่มีขนาดใหญ่กว่า จะเหมาะกับงานติดตั้งที่ต้องการความรวดเร็วและความยืดหยุ่นในการควบคุม ทั้งจำนวน Fader และ Soft Keys

ดังนั้น คำถามสำคัญที่คุณต้องตอบให้ได้ก่อนคือ งานของคุณต้องการขนาดและความยืดหยุ่นของระบบในระดับไหน?

Avantis: Digital Mixer ระดับสูงที่ต้องการความคล่องตัว แต่ควบคุมง่าย และมี Fader จำนวนมาก

Allen & Heath Avantis ถูกออกแบบมาให้เป็น Digital Mixing Console ที่ออกแบบมาให้สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง โดยรวมความสามารถในการควบคุมและระบบประมวลผลไว้บน Surface ที่เดียว ไม่จำเป็นต้องแยก Surface และ MixRack เหมือน dLive

โดยมีจุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือหน้าจอ 15.6-inch Full HD Capacitive Touchscreen จำนวน 2 จอ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง Channel Processing และ Mixer Control ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหน้าจอเพียงจอเดียว

รวมถึง 24 Faders, 6 Layers และ 24 SoftKeys ที่สามารถกำหนดฟังก์ชันได้ตาม Workflow ของผู้ใช้งาน

ด้าน I/O ภายในเครื่องมี 12 Analog Inputs, 12 Analog Outputs และ Stereo AES I/O พร้อม SLink สำหรับเชื่อมต่อ Remote I/O และระบบ ME Personal Mixing System

นอกจากนี้ยังมี I/O Ports จำนวน 2 ช่อง ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อระบบ Digital Audio Networking และการ์ดเสริมต่าง ๆ เช่น Dante, MADI หรือ Waves SoundGrid ตามรูปแบบการใช้งาน

โดย Avantis ในเฟิร์มแวร์ V2.0 เป็นต้นไป จะสามารถขยายความสามารถของระบบผ่านการปลดล็อค dPack ซึ่งเมื่อเปิดใช้งาน dPack สามารถเพิ่มความสามารถของ Avantis เป็น 96 Input Channels และ 56 Configurable Mix Busses ทำให้ Avantis สามารถรองรับ Production ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้

Avantis เหมาะกับใคร?

Avantis เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการ Digital Mixer Console สำหรับงาน Live Sound ที่มี Processing ระดับสูง แต่ต้องการ Console ที่ใช้งานง่าย มีพื้นที่ในการควบคุม ทั้งในส่วนของ Fader และ SoftKeys ที่มีจำนวนมาก พร้อม Workflow การทำงานที่รวดเร็ว จึงเหมาะสำหรับทั้งงาน Touring, Theatre, Corporate, Production และบริษัทเครื่องเช่า

เรียกได้ว่า Avantis อยู่ตรงกลางระหว่างความเรียบง่ายของ Standalone Console และความยืดหยุ่นของระบบใหญ่

ดูเพิ่มเติมในเว็บไซต์ Allen & Heath

Avantis Solo: Digital Mixer ระดับสูงที่ต้องการความคล่องตัว และเดินทางสะดวก

Avantis Solo เป็น Digital Mixing Console ที่ออกแบบมาให้สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง โดยรวมความสามารถในการควบคุมและระบบประมวลผลไว้บน Surface ที่เดียว ไม่จำเป็นต้องแยก Surface และ MixRack เหมือน dLive

สำหรับ Avantis Solo ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอ Full HD Capacitive Touchscreen ขนาด 15.6 นิ้ว, 12 Faders, 6 Layers และ 18 SoftKeys ที่สามารถกำหนดฟังก์ชันได้ตาม Workflow ของผู้ใช้งาน

ด้าน I/O ภายในเครื่องมี 6 Analog Inputs, 6 Analog Outputs และ Stereo AES I/O พร้อม SLink สำหรับเชื่อมต่อ Remote I/O และระบบ ME Personal Mixing System

นอกจากนี้ยังมี I/O Ports จำนวน 2 ช่อง ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อระบบ Digital Audio Networking และการ์ดเสริมต่าง ๆ เช่น Dante, MADI หรือ Waves SoundGrid ตามรูปแบบการใช้งาน

Avantis และ Avantis Solo มีพลังการประมวลผลที่เหมือนกัน โดยแตกต่างกันเพียงแค่การควบคุมด้านนอกเท่านั้น ซึ่งแนวคิดของ Avantis Solo คือการนำ Mix Engine และ Workflow ของ Avantis มาอยู่ในรูปแบบ Console ที่กะทัดรัดมากขึ้น

Avantis Solo เหมาะกับใคร?

Avantis Solo เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการ Digital Mixer แบบ Standalone ไม่ต้องแยก MixRack กับ Surface พร้อมระบบที่ Setup ได้ง่าย รวดเร็ว และมีพื้นที่การควบคุมครบถ้วนในตัว จึงเหมาะกับทั้งงาน Live Sound และ Touring ขนาดเล็กถึงกลาง ไปจนถึงโรงละครหรืองาน Corporate AV และผู้ที่ต้องการ Processing ระดับสูง พร้อมความยืดหยุ่น สามารถขยายระบบผ่าน I/O Expander ผ่าน SLink แต่ไม่ต้องการระบบแยก Surface + MixRack

ดูเพิ่มเติมในเว็บไซต์ Allen & Heath

dLive: Design for Live ระบบระดับสูงที่ยืดหยุ่น และออกแบบได้ตามต้องการ

dLive เป็นระบบ Digital Mixing Platform รุ่น Flagship ของ Allen & Heath โดยมีโครงสร้างที่แตกต่างจาก Digital Console แบบ Standalone ทั่วไป โดยมีหัวใจสำคัญของระบบคือ MixRack

MixRack จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของ Audio Processing และ I/O ขณะที่ Surface ทำหน้าที่เป็นส่วนควบคุมระบบ โดยสามารถเลือกการควบคุมได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น dLive Surface โดยตรง หรือควบคุมผ่านคอนโทรลอื่นๆ เช่น ควบคุมผ่าน Mac หรือ Windows OS ผ่าน dLive Director หรือควบคุมผ่าน iPad ด้วยแอป dLive MixPad ไปจนถึง Controllers อื่นๆ ของ Allen & Heath เช่น IP Controllers หรือปรับแต่งการควบคุมผ่าน Custom Control

ซึ่งโครงสร้างนี้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือก Surface และ MixRack ให้เหมาะสมกับงาน และสามารถออกแบบระบบให้มีขนาดแตกต่างกันได้ตามการใช้งาน จึงทำให้ dLive สามารถสร้างระบบตั้งแต่ Console ขนาดกะทัดรัด ไปจนถึงระบบขนาดใหญ่ที่มีหลาย Surface และหลายจุดควบคุม

ดูเพิ่มเติมในเว็บไซต์ Allen & Heath

Avantis กับ dLive ต่างกันแค่ไหน?

ทั้งสองระบบใช้ XCVI FPGA Engine ที่ 96kHz และมี Latency ประมาณ 0.7ms เหมือนกัน ดังนั้นในแง่พื้นฐานของ Mix Engine ทั้งคู่มีแนวคิดทางเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกัน

Avantis มี 64 Input Channels, 42 Mix Outputs, Configurable 64-Bus Architecture, 96kHz XCVI FPGA Processing, Latency ต่ำกว่า 0.7ms, 16 DCA, 12 RackExtra FX และเมื่อติดตั้ง RackExtra FX และเปิดใช้ DEEP Processing (dPack) จะสามารถเพิ่มความสามารถไปอีกขั้น โดยสามารถเพิ่ม Processing Channels จาก 64 เป็น 96 Channels และเพิ่ม Configurable Mix Busses จาก 42 เป็น 56 Busses ได้

ดังนั้น Avantis และ Avantis Solo จึงไม่ได้เป็นเพียง Mixer ขนาดเล็กที่มีฟังก์ชันพื้นฐาน แต่สามารถขยายความสามารถได้มากขึ้นตามความต้องการ

dLive มี 128 Input Channels, 64 Mix Outputs, Configurable 64-Bus Architecture, 96kHz XCVI FPGA Processing, Latency ต่ำกว่า 0.7ms, 24 DCA, 16 RackExtra FX, รองรับ RackUltra FX เพิ่มเติมในระบบที่ติดตั้งการ์ดดังกล่าว และ DEEP Processing (dPack)

dLive vs Avantis vs Avantis Solo

เมื่อมองทั้ง 3 ระบบพร้อมกัน จะเห็นความแตกต่างได้ชัดขึ้น

คุณสมบัติ dLive Avantis Avantis Solo
รูปแบบระบบ Surface + MixRack Standalone Console Standalone Console
XCVI FPGA
Sample Rate 96kHz 96kHz 96kHz
Latency <0.7ms ~0.7ms ~0.7ms
Input Channels สูงสุด 128 64 / 96* 64 / 96*
Mix Busses 64 42 / 56* 42 / 56*
DCA 24 24 16
RackFX 16 12 12
DEEP Processing
MixRack แยก
Multi-Surface จำกัดตามระบบ
การขยายระบบ สูงมาก สูง สูง
จุดเด่น Scalability Control + Flexibility Compact + Powerful

* ต้องเปิดใช้งาน dPack

สรุป: Allen & Heath dLive, Avantis หรือ Avantis Solo เลือกรุ่นไหนดี?

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่ารุ่นไหนดีกว่า? แต่ขึ้นอยู่กับ Scale, Workflow และลักษณะงาน ที่ต้องการใช้งานจริง ทั้ง Allen & Heath dLive, Avantis และ Avantis Solo มีจุดเด่นและความสามารถในการประมวลผลระดับ Professional แต่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน

ถ้าต้องการ Digital Mixer ที่ครบเครื่อง ใช้งานง่าย มีพื้นที่ควบคุมขนาดใหญ่ และมี Processing ระดับสูง Avantis Solo เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

หากต้องการความสามารถระดับ Avantis ในรูปแบบที่กะทัดรัด Setup ได้ง่าย Avantis Solo เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

แต่ถ้าต้องการ ระบบ Digital Mixing ที่สามารถขยาย Input, Output, I/O และ Control ได้อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงรองรับ Workflow ที่ซับซ้อน เช่น Touring, Broadcast, Monitor และงาน Production ขนาดใหญ่ dLive จะตอบโจทย์มากกว่า

เลือก dLive ถ้า...

งานของคุณต้องการระบบที่สามารถขยายได้มาก และมี Workflow ที่ซับซ้อน เช่น

  1. Touring
  2. Broadcast
  3. Theatre
  4. Large Live Production
  5. FOH + Monitor
  6. Large IEM System
  7. Multi-Surface Control
  8. Modular I/O
  9. Installation
  10. ระบบที่ต้องการขยายต่อในอนาคต

จุดเด่นของ dLive คือโครงสร้างแบบ Surface + MixRack ทำให้สามารถเลือก Surface และ MixRack ให้เหมาะกับ Application รวมถึงออกแบบระบบ I/O และ Routing ได้อย่างยืดหยุ่น

ดังนั้น dLive จึงมีความได้เปรียบในด้าน System Scalability และ Routing Flexibility โดยเฉพาะเมื่อระบบมีขนาดใหญ่หรือมี Workflow ที่ซับซ้อน

เลือก Avantis ถ้า...

คุณต้องการ Digital Mixing Console ที่มีพื้นที่ควบคุมขนาดใหญ่ พร้อม Processing และ Routing ที่รองรับ Production ระดับ Professional เช่น

  1. Live Sound
  2. Touring
  3. Theatre
  4. Corporate
  5. Production
  6. Rental
  7. งานที่ต้องการ Input และ Mix Bus จำนวนมาก

Avantis เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความสามารถระดับสูง แต่ยังต้องการ Console ที่รวมการควบคุมและ Mix Engine ไว้ในระบบเดียว

เลือก Avantis Solo ถ้า...

คุณต้องการความสามารถระดับ Avantis แต่ต้องการ Console ที่ กะทัดรัดและ Setup ได้ง่าย เช่น

  1. Live Sound
  2. Theatre
  3. Corporate AV
  4. Rental
  5. Small to Medium Production

จุดเด่นของ Avantis Solo คือมี Mix Engine อยู่ภายในตัว Console จึงสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องใช้ MixRack แยกเหมือน dLive นอกจากนี้ยังมีหน้าจอขนาดใหญ่และ Workflow ที่ออกแบบมาให้เข้าถึง Channel Processing และ Mixer Control ได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้ที่ต้องการ Digital Mixer ที่มี Performance ระดับ Professional ใน Console ที่มีขนาดกะทัดรัด Avantis Solo จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

สรุปแบบง่าย ๆ

dLive = Scalable & Flexible เหมาะกับระบบที่ต้องการความยืดหยุ่นและการขยายระบบในระดับสูง

Avantis = Powerful & Versatile เหมาะกับ Production ระดับ Professional ที่ต้องการพื้นที่ควบคุมขนาดใหญ่และ Workflow ที่ครบถ้วน

Avantis Solo = Compact & Powerful เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสามารถระดับ Avantis ใน Console ที่กะทัดรัดและ Setup ได้ง่าย

ดังนั้นการเลือก Allen & Heath Digital Mixer ที่เหมาะสม ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ จำนวน Input, Output, Mix Bus, I/O, Routing, Workflow และลักษณะงานจริง มากกว่าการพิจารณาเพียงจำนวน Fader หรือขนาดของ Console

หากยังไม่แน่ใจว่า Allen & Heath รุ่นไหนเหมาะกับงานของคุณ สามารถปรึกษาทีมงาน Sonos Libra เพื่อช่วยวิเคราะห์การใช้งาน และเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับระบบและลักษณะการใช้งานของคุณได้

สนใจ Allen & Heath ในประเทศไทย?

Sonos Libra ให้บริการด้านระบบเสียง Professional Audio ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การเลือกอุปกรณ์ การออกแบบระบบ การติดตั้ง ไปจนถึงการฝึกอบรมและ Technical Support

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

Product logo
Product image

มิกเซอร์ / Mixer

Avantis

Avantis

Product logo
Product image

มิกเซอร์ / Mixer

Avantis Ultra

Avantis

Product logo
Product image

มิกเซอร์ / Mixer

Avantis Solo

Avantis

Product logo
Product image

มิกเซอร์ / Mixer

Avantis Solo Ultra

Avantis

Product logo
Product image

มิกเซอร์ / Mixer

C1500

dLive

CN

ผู้เขียน: Nulek

Content creation for the AV industry, passionate about transforming complex technologies into engaging stories.

Share :

บทความที่ใกล้เคียง

Event image

News Update

19 พฤษภาคม 2568

Allen & Heath เปิดตัว Qu Series โฉมใหม่!

ยกระดับการมิกซ์เสียงสู่อนาคตด้วย XCVI 96kHz Core และ Dante ในตัว Allen & Heath ประกาศเปิดตัว Qu Series รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมขุมพลังใหม่จาก XCVI 96kHz Processing Core ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับในซีรีส์ระดับสูงของ Allen & Heath เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลเสียงให้ชัดเจน แม่นยำ และมี latency ที่ต่ำยิ่งขึ้น หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเพิ่ม SLink Port ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Everything I/O ได้อย่างยืดหยุ่น รวมถึง Dante ที่ติดตั้งมาในตัว (เฉพาะรุ่น D) ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อระบบ Dante ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม

Event image

Tips and Tricks

18 กรกฎาคม 2568

SQ All-Add-Ons Bundle ในเฟิร์มแวร์ V1.6 มากับ Compressor ตัวไหน และใช้ทำอะไรได้บ้าง?

SQ All-Add-Ons Bundle ในเฟิร์มแวร์ V1.6 มากับ Compressor ตัวไหน และใช้ทำอะไรได้บ้าง?

Event image

Events & Activities

10 พฤศจิกายน 2568

YOUNGOHM “FAI GLANG KHUEN” Album Listening Party Powered by Adamson CS-Series

Sonos Libra provided premium audio support for YOUNGOHM “FAI GLANG KHUEN (ไฟกลางคืน, Night Light)” Album Listening Party, featuring a high-quality sound system powered by ADAMSON CS Series, Allen & Heath dLive, DirectOut MAVEN.A, and Earthworks Audio DK7. This event marked the first full Line Array deployment of the ADAMSON CS Series in Thailand, delivering an immersive and precise listening experience.

Event image

Events & Activities

08 ธันวาคม 2568

Adamson VGt makes debut in Thailand at Nakhon Nan Music Festival

Adamson VGt makes debut in Thailand at Nakhon Nan Music Festival on December 5, 2025, at Pua District Bus Station in Nan Province for a charity concert by Kong Huayrai.

Event image

News Update

05 กุมภาพันธ์ 2569

บริการรับซ่อมมิกเซอร์ Allen & Heath โดยช่างผู้เชี่ยวชาญจาก Sonos Libra บริษัทตัวแทนจำหน่าย Allen & Heath อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

บริการรับซ่อมมิกเซอร์ Allen & Heath โดยช่างผู้เชี่ยวชาญจาก Sonos Libra บริษัทตัวแทนจำหน่าย Allen & Heath อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

Event image

News Update

11 มีนาคม 2569

Looking for Internship? Apply Now!

บริษัทผู้นำเข้าอุปกรณ์ Professional Audio and Lighting System ตั้งแต่การจัดจำหน่าย การออกแบบและติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย หากสนใจที่จะฝึกงาน/ร่วมงานกับเรา? อ่านรายละเอียดและส่ง Resume มาได้เลย

Event image

Product Review

19 สิงหาคม 2569

ทำความรู้จักมิกเซอร์ Allen & Heath ทุกรุ่น | Allen & Heath Thailand | Digital Mixer & Audio Solutions

ทำความรู้จัก Allen & Heath Digital Mixer และ Audio Solutions ตั้งแต่ CQ, Qu, SQ, SQ+, Avantis, dLive และ AHM พร้อมข้อมูลการใช้งาน โดย Sonos Libra ที่เป็น Distributor ในประเทศไทย

Event image

Product Review

19 สิงหาคม 2569

Allen & Heath CQ Series คืออะไร? ทำความรู้จัก Digital Mixer ขนาดกะทัดรัดสำหรับ Live Sound

ทำความรู้จัก Allen & Heath CQ Series พร้อมเปรียบเทียบ CQ-12T, CQ-18T และ CQ-20B พร้อมเจาะลึก Gain Assistant, Feedback Assistant, 96kHz Processing และ CQ MixPad

Event image

Product Review

21 สิงหาคม 2569

Allen & Heath Qu Series รุ่นใหม่ คืออะไร? รู้จัก Qu-5, Qu-6, Qu-7 และรุ่นที่มี Dante ในตัว

ทำความรู้จัก Allen & Heath Qu Series รุ่นใหม่ Qu-5, Qu-5D, Qu-6, Qu-6D, Qu-7 และ Qu-7D พร้อม 96kHz XCVI, DEEP Processing, Dante, SLink และ Everything I/O โดย Sonos Libra Thailand

Event image

Product Review

21 สิงหาคม 2569

Allen & Heath SQ+ คืออะไร? รู้จัก SQ5+, SQ6+ และ SQ7+ Digital Mixer รุ่นใหม่ใน SQ Series

ทำความรู้จัก Allen & Heath SQ+ Digital Mixer รุ่นใหม่ พร้อม SQ5+, SQ6+, SQ7+ กับ 96kHz XCVI, DEEP Processing, RackUltra FX, RackExtra FX และ Audio Networking

LET’S TALK

description

ที่อยู่ของเรา

address

ข้อมูลติดต่อ

Social Media

©2026 SONOS LIBRA ・ALL RIGHTS RESERVED

Back To Top